ความรู้สึกของคนทำธุรกิจส่วนตัว

 

@@@ ความรู้สึกของคนทำธุรกิจส่วนตัว ??? 

 ความรู้สึกของคนทำธุรกิจส่วนตัว จากวันแรกกับตอนนี้ ต่างกันยังไงบ้างคะ โดยเฉพาะคนที่ทำงานประจำอยู่ แล้วตัดสินใจลาออก เพื่อเริ่มธุรกิจตัวเอง ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้างค่ะ แล้วตอนปัจจุบันนี้ผ่านมากี่ปีแล้ว ความรู้สึกต่างไปมากน้อยแค่ไหนค่ะ เคยคิดว่าตัดสินใจผิดหรือเปล่า ?

 เรากำลังจะไปอยู่ตรงจุดนั้น อีกซักระยะหนึ่ง อาจจะเพราะว่าต้องออกมาจากงานประจำด้วยมั้งคะ ส่วนมากก็จะแนะนำว่าให้ทำคู่กันไปก่อน ตอนนี้ เราก็ทำคู่กันไปอยู่นะคะ อยู่ในช่วงเตรียมการ แต่ตอนเริ่มต้นสู่ตลาดจริง คิดว่ามันจะทำคู่กันไม่ได้ น่าจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง คิดว่าเตรียมตัวดีพอควร วิเคราะห์ตลาดและบริหารความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง การลงทุนไม่สูงมาก ผลตอบแทนก็ไม่ได้หวังไว้สูงมากในตอนแรก แต่ก็ยังรู้สึกหวั่นๆ ใจยังไงไม่รู้ ขนาดยังไม่ได้เริ่มจริงนะเนี่ย -_-" (แต่.. รู้ว่าว่าเสี่ยงก็คงต้องขอลอง... 55 ) 

 ความคิดเห็นที่ 1 การลงทุนมีความเสี่ยง หาเบาะรองรับทุกสถานการณ์ ไม่มีคนรวยคนไหนประสบความสำเร็จตลอดเวลาครับ ลองไปอ่านดู ส่วนใหญ่ล้มเหลวอย่างทุเรศๆกันทั้งนั้น แต่ที่เขามีคือ ความอึดถึกทน 

 ความคิดเห็นที่ 2 ผมผ่านมาแล้วครับ จะสะท้อนอารมณ์นี้ให้ฟัง เมื่อคุณทำงานประจำคุณจะรู้สึกว่าคุณปลอดภัยและมั่นคงเพราะหลังของคุณมีผนังให้พิง เมื่อคุณเริ่มทำธุรกิจผนังที่คุณพิงกำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นอากาศช่วงนี้คุณจะรู้สึกกลัวและไม่ปลอดภัย คุณต้องอดทนและเอาชนะความกลัวนั้น โดยใช้ความอดทนและสติปัญญาเท่าที่มีเอาชนะให้ได้ และถ้าคุณเอาชนะได้ ผนังที่เคยว่างปล่าวจะกลับกลายมาเป็นความมั่นคงและความปลอดภัยให้คุณพิงอีกครั้งครับ ขอให้โชคดีครับเถ้าแก่คนใหม่ 

 ความคิดเห็นที่ 3 ความเห็นส่วนตัวนะครับ มันยากตอนเริ่มต้น ถ้าคุณสามารถผ่านมันไปได้ก็สอบผ่านครับ ธุรกิจคุณสามารถดำเนินไปได้ แต่โดยส่วนมากจะท้อกันและจอดก็ช่วงเริ่มต้น ปัญหาที่คุณไม่คาดคิด มันก็จะมีเข้ามาทุกรูปแบบ ถึงแม้ว่าตัวเองคิดเอาไว้รอบคอบแค่ไหน เชื่อได้เลยครับว่ามันจะมีปัญหาที่คุณคาดไม่ถึงมาทดสอบความอดทนและความสามารถในการแก้ปัญหา อย่างที่ ค.ห.2 บอก ความอึดถึกทน เท่านั้นที่จะช่วยคุณได้ 

 ความคิดเห็นที่ 4 ตอนออกจากงานประจำ รู้สึกดีครับ เพราะมีความมุ่งมั่นอย่างมาก ที่จะออกมาทำการค้าส่วนตัว เพื่อสร้างอาชีพ สร้างครอบครัว สร้างอนาคต ยอมทุบหม้อข้าว เริ่มนับหนึ่งใหม่ แล้วไปสู้เอาวันข้างหน้า ผ่านมา 16 ปีกว่าแล้ว มันคุ้มค่าและได้รับประสบการณ์ ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี ส่วนที่ดีก็รับไว้และนำไปพัฒนาตนเอง ส่วนที่ไม่ดีก็ทิ้งมันไป ไม่ค่อยได้จดจำ เพราะคิดว่าที่ผ่านมามันมีส่วนดีมากกว่า ถ้าย้อนกลับไปแล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง คิดว่าคงทำได้ไม่มากเท่ากับที่เป็นอยู่ในวันนี้ ทำได้เพียงครั้งเดียวและในแต่ละครั้งที่ทำงาน จะทำงานให้เต็มความสามารถทุกครั้ง พยายามสร้างมูลค่าเพิ่มทุกอย่าง ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด จากไม่มีทำให้มันมีและสร้างมันขึ้นมาได้แบบค่อยเป็นค่อยไป เรียกว่าตอนเริ่มใหม่ๆทุกสิ่งทุกอย่างต้องขอยืมเขามาใช้ก่อน และค่อยๆนำผลกำไร มาสร้างเป็นทรัพย์สินที่จำเป็นและมีมูลค่าเพิ่ม และถึงวันนี้เริ่มมีความรู้สึกว่าเพียงพอแล้ว สำหรับตนเองเกินจากนี้คือ การแบ่งปันความรู้+ประสบการณ์+การนำความรู้ไปช่วยเหลือเกษตรกรในสังคมชนบท 

 ความคิดเห็นที่ 5 ส่วนตัวผมเอง ผมว่าไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องออกมาทำธุรกิจส่วนตัวครับ บางคนทำงานเอกชน หรือรับราชการ แล้วมีรายได้เป็นที่น่าพอใจ อยู่ได้ เลี้ยงตนเองได้ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ถ้าอยู่แล้วมีความสุข เห็นหลายคน ทำงานประจำแล้วก็ดูมีความสุขดี มีเงินใช้ชัวร์ๆ ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องเครียด มาก ทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ ถึงวันหยุดก็ไปเที่ยว ปลายปีก็รับโบนัส มีสังคมเพื่อนร่วมงาน แต่ถ้าอยากจะให้ชีวิตมีรสชาติ อยากจะเครียด อยากลำบาก อยากอิสระ หรือ อยากจะรวยเร็วหน่อย ถ้าคุณเลือกแล้วก็ ลุยเลยครับ

 .... จากสถิติ ที่พบเจอมา การทำธุรกิจครั้งแรกๆ ของคนทั่วไป ล้มเหลวกว่า 90% ครับ อาจเป็นเพราะ ปสก. , ความชำนาญ ไม่มี เงินทุนไม่หนา , การเลือกทำเลที่ผิดพลาด แม้แต่คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวมาตลอด ยังล้มเหลวได้เลย ในอีก 10% ทีทำธุรกิจส่วนตัวแล้วสำเร็จ เป็นเพราะ ทำในสิ่งที่ชำนาญ มีพื้นฐานดีอยู่แล้ว เช่น บางคนทำงานบริษัทที่ขายสินค้า หรือบริการนั้นๆ แล้วปลีกตัวออกมาทำเอง โดยดึงลูกค้าเก่าจากบริษัทเดิมมาเป็นลูกค้า อันนี้ค่อนข้าง จะสำเร็จ หรือ อีกส่วนน้อยมากจริงๆ ประกอบด้วยหลายอย่างจึงสำเร็จ เพราะคำว่า ธุรกิจส่วนตัว กับ ผู้ประกอบการ เป็นอันเดียวกัน เช่น เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ดีจริงๆ , มีทัศนคติที่ดี (attitude)ต่อความสำเร็จ , มีทีมงานดี , มีทุนหนา , มีความชำนาญในธุรกิจที่ทำ 

 ดังนั้น ผมว่าการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ที่จำเป็นมากคือ ผู้ประกอบการต้อง มีหูตาเปิดกว้าง ไปดูเพื่อนๆที่ทำธุรกิจเดียวกัน คล้ายๆกันบ้าง แล้ว จอยกัน เปิดใจรับความคิดเห็น ยอมรับคำติชม จากลูกค้า อย่างเต็มใจ คำติชมจากลูกค้าถือว่าเป็นสิ่งอันมีค่ามาก (อย่าถือเป็นคำว่าเลย ลูกค้าติเพื่อก่อ) ส่วนตัวผมเองทำธุรกิจส่วนตัว อย่างจริงจังเป็นเรื่องเป็นราว มาประมาณ 7-8ปีแล้ว ที่บ้านมีพื้นฐานธุรกิจของครอบครัวมาหลายอย่าง ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด โดยส่วนของผมเอง ยังถือว่าไม่เคยรู้สึกว่า ตัวเองประสบความสำเร็จเลย 

 ที่ผ่านมา บางทีล้มเหลวอย่างทุเรศทุรังมาก นึกย้อนหลังไปแล้วยังแหยงๆอยู่เลย แต่ก็เป็นปสก.ที่ดี พอมาครั้งหลัง ถึงจะยังไม่สำเร็จ แต่ก็ไม่พังไม่เป็นท่าเหมือนครั้งแรก ยังคิดหน้าคิดหลัง มีแผน1 แผน2 รองรับไว้เสมอ ปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าธุรกิจจะไปได้ด้วยดี พออยู่ได้ แต่ก็ยังไม่เป็นกอบเป็นกำ ยังไม่มีเงินเหลือเก็บมากเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังไงก็เลือกทางนี้แล้ว ก็ต้องลุยกันต่อไป....

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แกะกล่องของเล่นแล้วรวย

รายได้ดีมาก!! อาชีพทำเงินล้าน รวย ปลดหนี้ 10 ล้าน ใน 1 ปี!

อาชีพเสริมทำเงิน โปสการ์ดเอกลักษณ์