ธุรกิจกับความเชื่อผิดๆ
@@@ ความเชื่อผิดๆของคนอยากออกมาทำธุรกิจส่วนตัว @@@
ผมเชื่อว่าไม่น้อยกว่า 90% ของคนทั้งโลกต้องเคยคิดหรืออาจคิดอยู่ตลอดว่าอยากออกจากงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัวให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เชื่อหรือไม่ว่ากว่าครึ่งของความปรารถนามีบ่อเกิดมาจากความเชื่อหรือทัศนคติที่ผิดๆ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง...
อันดับแรก มาแรง อยากรวยเร็ว
อันดับสอง ฮิตไม่แพ้กัน อยากสบาย
อันดับสาม จัดเต็ม อยากเป็นนายไม่อยากง้อใคร
ข้อความที่ 1
@@@ อยากรวยเร็ว @@@
น่าจะเป็นเหตุผลมาแรงแซงโค้ง อยากรวยเป็นเหตุผลตลอดการของคนอยากสละงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัว อยากรวยอย่างเดียวไม่พอต้องพ่วงคำว่า เร็ว ไปด้วยเป็น “อยากรวยเร็ว”
ในความเป็นจริงธุรกิจส่วนตัวไม่ได้ทำให้ร่ำรวยทันทีที่ลงมือทำ แต่อาศัยการบ่มเพาะพัฒนาเติบโตจนกระทั่งสุกงอมถึงจุดหนึ่งมันถึงจะ break event เงินทองไหลมาเทมา คนทำธุรกิจจำนวนมากต้องต่อสู้อดทนผ่านช่วงเวลาต่างๆอยู่เป็นเวลานับปีซึ่งยังไม่นับรวมกับเวลาอีกหลายปีที่ศึกษาธุรกิจและเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการเป็นลูกจ้างก่อนออกมาทำจริง ดังนั้นคนทั่วไปที่ยังไม่ได้มีความรู้และประสบการณ์มากนักและอยากกระโดดออกมาทำธุรกิจอินเทรนด์เกาะกระแสรวยเพื่อหวังทำเงินแสนเป็นเงินล้านในปีสองปีเป็นความคิดที่อันตรายและพาตนเองเจ๊งมานักต่อนักแล้ว
ถ้าเราย้อนไปดูบุคคลที่ร่ำรวยจากทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นคุณตัน โออิชิ, คุณธนินท์ ซีพี, วอเรนต์ บุฟเฟต, มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก คนเหล่านี้บ่มเพาะปูทางมานานไม่ต่ำกว่า 10 ปี (วอเรนต์สนใจหุ้นตั้งแต่เป็นเด็กประถม, มาร์ก สนใจพัฒนาโปรแกรมตั้งแต่รุ่นไฮส***ล) ทำด้วยใจ ทำด้วย passion อุทิศชีวิตให้ผลงานจนผมคิดว่าบางครั้งเขาลืมเรื่องเงินไปบ้างก็มี
ข้อความที่ 2
@@@ อยากสบาย @@@
เหตุผลที่ฮิตไม่แพ้กันคืออยากสบาย มีอิสระเสรี ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นไปทำงานในไลฟ์สไตล์ที่ฝรั่งเรียก 9-to-5 Mon-Fri คือมีชีวิตงานซังกะตายเช้ายันเย็นจันทร์ถึงศุกร์ (แต่บ้านเราทำงานวันเสาร์ก็มีแยะ) อยู่ล่วงเวลาเคลียร์งาน โอทีบ้าง โอฟรีบ้าง
ขอบอกว่าเจ้าของกิจการหนักกว่าคนที่เป็นลูกจ้างประจำอีก เพราะกิจการคือชีวิตชีวิตผูกติดกับกิจการ งานของเจ้าของจึงเป็นเหมือน 7/11 เจ็ดวันยี่สิบสีชั่วโมง ผมเคยทำงานติดกับเจ้าของและได้ร่วมงานสนิทสนมกับ supplier ที่เป็น self-made owner พอสมควร ผมจึงได้เห็นชีวิตของเจ้าของกิจการเหล่านี้ว่ามัน restless ไม่ได้หยุดจริงจังแบบที่ลูกจ้างประจำหยุดกัน
เจ้าของบริษัทท่านหนึ่งทำธุรกิจซูปเปอร์มาร์เกตเปิด 24 ช.ม. แกบอกว่าบ่อยครั้งที่แกต้องลุกตื่นมาตอนตีสองตีสามเพื่อรับโทรศัพท์จากลูกน้องจากสาขาที่โทรเข้าแจ้งเหตุด่วนงานสำคัญ หรือบางครั้งก็สะดุ้งตื่นมาจดบันทึกไอเดียการทำงานที่ปิ๊งขึ้นในหัวกันลืมเพื่อจะนำไปแชร์กับลูกน้องในตอนเช้า
ส่วนเจ้าของธุรกิจค่าส่งต่างประเทศอีกท่านต้องติดต่องานตลอดทั้งวันและทุกวันรวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์และเดือนๆหนึ่งเดินทางเยอะมากเพื่อไปพบลูกค้าและหาสินค้าใหม่ๆ สมองของเขาต้องคิดตลอดเวลา หยุดคิดคือเชย (ไม่ทันคู่แข่ง)
ชีวิตของเจ้าของกิจการจึงไม่สบาย พวกเขาทำงานหนัก ต้อง active ตลอดเวลา ต้องคิดต้องพัฒนา เพราะแนวทางและการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างต่อเนื่องอาจหมายถึง ขาดสภาพคล่อง ขาดทุน หรือปิดกิจการ
ข้อความที่ 3
@@@ อยากเป็นนายไม่อยากง้อใคร @@@
เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอาการเซ็งเพื่อนร่วมงานงี่เง่า เซ็งหัวหน้าพูดมาก เซ็งเจ้านายเห็นแก่ตัว และเซ็งลูกค้าขึ้วีน อยากหนีจากความเป็นลูกจ้างมาเป็นเจ้าของกิจการเสียเองจะได้ไม่ต้องเจอกับปัญหาพวกนี้... ผิดอย่างแรง!
ตราบใดที่คุณทำงานร่วมกับคน คุณหนีปัญหาพวกนี้ไม่ได้ ลองมาดูหากวันใดคุณเป็นเจ้าของกิจการคุณจะต้องเจอกับอะไรบ้าง…
พนักงานร้อยพ่อพันแม่ ที่ดีก็มี ที่ไม่ดีก็มี พนักงานเป็นฝ่ายเอาเปรียบเจ้าของกิจการทั้งทางตรงและทางอ้อมก็มี เช่น อู้งาน มาสาย ทำงานไม่ได้คุณภาพ ฯลฯ เหล่านี้เจ้าของต้องเจอและต้องมานั่งจ่ายเงินเดือนให้อีกต่างหาก!
คู่ค้าหลากหลาย ต้องเจอกับคู่ค้า (supplier) ที่ดีและไม่ดี จริงใจและไม่จริงใจ ซื่อสัตย์และเอาเปรียบ เหล่านี้เจ้าของต้องเผชิญและต่อสู้อยู่เสมอ
คู่แข่งเสือสิงห์กระทิง*** ทำธุรกิจส่วนตัวมีคู่แข่งรอบด้าน ตอนเป็นลูกจ้างไม่ต้องแคร์สิ้นเดือนยังไงบริษัทก็จ่ายเงินเดือน แต่เจ้าของกิจการไม่มีใครมาให้เงินเดือนประจำแล้ว เจ้าของต้องต่อสู่เพื่อทำเงินให้ได้ในแต่ละเดือนมาเป็นค่าใช้จ่ายและเหลือเป็นกำไรของตนเอง
ลูกค้าใครว่าไม่ต้องง้อ ธุรกิจอยู่ได้ด้วยลูกค้า เจ้าของเองก็ต้องเข้าถึงและเข้าหาลูกค้า ใครว่าเป็นเจ้าของกิจการเองแล้วไม่ต้องไหว้ไม่ต้องง้อจึงเข้าใจผิด บ่อยครั้งที่คุณไปซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ คุณจะพบว่าเจ้าของร้านออกมาต้อนรับเองและยกมือไหว้ขอบคุณสวัสดีคุณด้วยตนเอง นั่นแหละครับสิ่งที่เจ้าของกิจการต้องทำ
ข้อความที่ 4
@@@ สรุป @@@
ที่ผมแชร์มาทั้งหมดนี้ไม่ได้จะสกัดความปรารถนาของใครที่อยากเป็นเจ้าของกิจการ แต่หากจะนำเสนอภาพอีกด้านหนึ่งของชีวิตเจ้าของกิจการ เพราะการที่ใครสักคนจะละทิ้งงานประจำออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยทัศนคติผิดๆ ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ มาแล้วก็จะพบแต่ความผิดหวัง
แต่หากเราได้มีทัศนคติที่ถูกที่ดีพร้อม อยากก้าวออกมาทำธุรกิจส่วนตัวด้วยเหตุผลที่จะส่งมอบประสบการณ์ดีๆแก่ผู้คนในสังคม เพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อความท้าทาย เพื่อทำลายกำแพงแห่งขีดจำกัดของศักยภาพความเป็นมนุษย์... ถ้าด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผมขอบอกว่า คุณพร้อมทั้งตัวและหัวใจ แล้วจริงๆ ดังที่นักธุรกิจ self-made แทบทุกคนมักกล่าวผ่านสื่อมาทุกยุคทุกสมัยว่า หัวใจสำคัญมาก ทำกิจใดๆด้วยใจ ทำด้วยความรัก เงินจะตามมาเอง
ข้อความที่ 5
อย่างนี้ไม่ใช้ทำงานเพื่อหวังเงินหรือ หากใช่ก็ตรงกับทำดีเผื่อหวังผลมันก็คือก่อเวรสร้างกรรมอยู่วันยังค่ำซิ จะมีไหมที่ทำงานไม่จำเป็นต้องหวังเงินแต่อยู่ได้แน่ๆ บางทีเห็นเหล่าเจ้าของมาไห้วตัวเราที่เป็นลูกค้าอยากบอกเค้าจังลูกค้าที่ดีคุณไม่ต้องไป.อ..ลหรอกแค่คุณมีดีเขาก็มาหาเองแน่ๆทำไมการค้าขายนี่ทำคนต..ห.ไปกันหมดหนอ หากรู้ว่างานแบบไหนหนอที่ไม่ต้อง..แ.ลแล้วอยู่รอดแน่ๆบอกกันด้วย คิดดูซิผู้ภิภากษาที่ถืออำนาจตุลาการยังต้องตอ..ลเก่งจึงอยู่รอดเพราะหากไม่ทำก็โดนผู้มีอิทธิผลทางสังคมเล่นงานเอาทันทีทันไดเลย "ช้วยเหลือกันสังคมอยู่รอด เอาแต่ตัวรอดประเทศชาติพังพินาศ" แฮะๆ รวมตัวเราด้วยเน้อ
ข้อความที่ 6
ทำงานไม่หวังเงินก็ได้ครับ แค่เดินไปบอกนายจ้างว่านายครับ ผมทำให้ฟรีไม่เอาเงินเดือนลงนามเซ็นสัญญาเป็นหลักฐานให้ด้วย เท่านี้ก็เรียบร้อย...อยากทำทำได้ไม่มีใครว่าจร้า ยิ่งถ้าเป็นนายจ้างเปิดกิจการให้เปล่า เราไปเป็นลูกจ้างก็ต้องไม่รับเงินเดือนเช่นกันนะ ไม่ใช่ให้เจ้าของจำหน่ายสินค้าฟรีๆ แต่พนักงานจะเอาเงินเดือน ถ้าจะแฟร์ต้องแฟร์ทุกฝั่งฝ่าย
ต่อไปเป็นบทสรุป... ทิ้งช่วงนานไปหน่อย
ที่แชร์มาทั้งหมดนี้ไม่ได้จะสกัดความปรารถนาของใครที่อยากเป็นเจ้าของกิจการ แต่หากจะนำเสนอภาพอีกด้านหนึ่งของชีวิตเจ้าของกิจการ เพราะการที่ใครสักคนจะละทิ้งงานประจำออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยทัศนคติผิดๆ ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ มาแล้วก็จะพบแต่ความผิดหวัง
แต่หากเราได้มีทัศนคติที่ถูกที่ดีพร้อม อยากก้าวออกมาทำธุรกิจส่วนตัวด้วยเหตุผลที่จะส่งมอบประสบการณ์ดีๆแก่ผู้คนในสังคม เพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อความท้าทาย เพื่อทำลายกำแพงแห่งขีดจำกัดของศักยภาพความเป็นมนุษย์... ถ้าด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผมขอบอกว่า คุณพร้อมทั้งตัวและหัวใจ แล้วจริงๆ ดังที่นักธุรกิจ self-made แทบทุกคนมักกล่าวผ่านสื่อมาทุกยุคทุกสมัยว่า หัวใจสำคัญมาก ทำกิจใดๆด้วยใจ ทำด้วยความรัก เงินจะตามมาเอง
ข้อความที่ 7
จะทำธุรกิจ แล้วก็ได้แต่บ่นว่าไม่มีทุน
แต่ไม่ค่อยมีใครบ่นว่ายังไม่มีความรู้
หรือประสบการณ์ที่มากพอเลย
ที่มา กระทู้จากเน็ต
ความคิดเห็น